เกร็ดความรู้เรื่องฝุ่น > ที่มาของฝุ่น, วิธีการกำจัดฝุ่น



















สำหรับผู้ที่ต้องการความรู้เพิ่มเติม!!
ทางเรามีบริการจัดอบรม
ให้ความรู้เรื่องฝุ่น และวิธีการจัดการกับฝุ่นอย่างละเอียด
ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ไม่ได้เผยแพร่บนเวปไซต์ ทั้งยังมีภาพและวิดิโอประกอบเพื่อความเข้าใจง่าย


OUR SERVICE
จัดอบรมเรื่องฝุ่น
เพื่อให้หาทาง
จัดการกับฝุ่นได้อย่างได้ผล





sale1@csc-biz.com
TEL: 081-347-8037

ฝุ่นมาจากไหน??



คุณเคยสงสัยหรือไม่? ว่าฝุ่นมาจากไหน?
ทั้งๆที่คุณทำความสะอาดห้องอยู่ทุกวัน
แต่ก็มีฝุ่นเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ ทำให้คุณต้องทำความสะอาดกันไม่จบไม่สิ้นเสียที
ฝุ่นเป็นวัตถุที่มีขนาดเล็กมาก ลอยอยู่ในอากาศทั่วไป ซึ่งปกติ หากมีปริมาณไม่มาก เราจะมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น จะเห็นได้ก็ต่อเมื่อเป็นฝุ่นที่มีขนาดใหญ่หรือมีปริมาณเยอะมาก อย่างเช่น ควันดำจากท่อไอเสียรถยนต์ หรือฝุ่นบนถนนลูกรัง เป็นต้น อย่างในบ้านของเราเองนั้น ปกติไม่น่ามีฝุ่นเยอะขนาดนั้น เราจึงมองไม่เห็น (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มี) จะมาเห็นอีกที ก็ตอนมันตกลงมากองรวมกันเป็นก้อนใหญ่พอให้เราเห็นมันได้นั่นเอง

หรือไม่ก็ต้องใช้แสงไฟที่สว่างมากพอช่วยให้เรามองเห็นฝุ่นได้ เช่น ไฟฉายคลีนรูม
ตัวอย่างภาพไฟฉาย L3SQ ส่องฝุ่น


ส่องฝุ่นบนบอร์ดพลาสติก

เมื่อใช้ไฟที่สว่างมากกว่า ก็จะมองเห็นฝุ่นได้ดีกว่า
กรุณาคลิกที่ภาพเพื่อขยายใหญ่
เมื่อปรับแสงให้เบาสุด
เมื่อปรับแสงให้แรงสุด
ตัวอย่างภาพไฟฉาย NP-1 ส่องดูฝุ่นในอากาศ

ฝุ่นบางประเภท ต้องใช้รังสี UV หรือที่เรารู้จักกันในนาม แสงBlack Light ส่อง ถึงจะเห็นชัดเจน

กรุณาคลิกที่ภาพเพื่อขยายใหญ่

ที่มาของฝุ่น

ฝุ่นสามารถเข้ามาในบ้านเราได้หลายทาง เช่น การเปิดประตูหรือหน้าต่าง รวมถึงฝุ่นที่ติดตามเสื้อผ้าหรือตามตัวเราเวลาที่ไปข้างนอกมา

นอกจากนี้ ฝุ่นยังสามารถเกิดขึ้นเองในบ้านได้อีกด้วย เช่น ฝุ่นจากแป้งเวลาเราเทออกจากกระป๋อง, ฝุ่นที่เกิดจากการฉีกกระดาษ ฯลฯ
ดูวิดิโอแสดงปริมาณฝุ่นที่เกิดจากกระดาษธรรมดา


ทำไมฝุ่นถึงไปรวมอยู่ตามซอกตู้หรือมุมห้องเสียเยอะ

เนื่องจากฝุ่นเป็นวัตถุที่มีขนาดเล็ก จึงมีน้ำหนักเบา ลอยตามลมได้ เมื่อเราเคลื่อนไหว เดินไปเดินมา ก็จะทำให้เกิดกระแสลมปั่นป่วน ฝุ่นที่อยู่ในบริเวณนั้นก็จะฟุ้งขึ้นมา และโดนพัดไปตามลม หากเราขยับตัวอยู่เรื่อยๆ ฝุ่นก็จะโดยลมพัดไปมาอยู่เรื่อยๆ ไม่ตกลงพื้นเสียที และพอมันลอยไปตรงจุดที่ไม่มีกระแสลม มันก็จะตกลงสะสมอยู่ในบริเวณนั้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงพบฝุ่นเยอะตามจุดต่างๆ เช่น ตรงหลังตู้, ซอกตู้, ใต้เตียง, มุมห้อง ฯลฯ เพราะเป็นจุดที่โดนอิทธิพลจากกระแสลมได้น้อยนั่นเอง และด้วยเหตุผลเดียวกันนี้เอง สามารถทำให้เราเข้าใจได้ว่า ทำไมห้องที่ไม่มีคนเข้าไปนานๆถึงได้มีฝุ่นจับเยอะกว่าห้องที่มีคนเข้าออกบ่อยๆ และสิ่งของที่มีคนจับต้องบ่อยๆจะมีฝุ่นมาจับน้อยกว่าของที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ไม่มีคนมาจับต้องเป็นเวลานานๆ

ทำไมฝุ่นจึงชอบมาจับหน้าจอโทรทัศน์ และคอมพิวเตอร์

เป็นเพราะไฟฟ้าสถิตนั่นเอง
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ตัวอย่างภาพหน้าจอคอมพิวเตอรที่มีฝุ่นมาจับเพราะไฟฟ้าสถิต

ปกติ สสารต่างๆ รวมถึง ฝุ่น จะตกลงพื้นด้วยแรงโน้มถ่วง แต่เราพบฝุ่นติดอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์ หรือคอมพิวเตอร์ อยู่บ่อยๆ ทั้งๆที่หน้าจอตั้งฉากกับพื้น นั่นเป็นเพราะมีแรงไฟฟ้าสถิตบนหน้าจอดูดฝุ่นให้ไปติดนั่นเอง
ปกติ หากมองด้วยตาเปล่า อาจมองเห็นฝุ่นไม่ค่อยชัด แต่เมื่อส่องด้วยไฟฉาย L3 แล้ว จะช่วยให้มองเห็นฝุ่นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นมาก


วิธีกำจัดฝุ่น

 วิธีการกำจัดฝุ่นมีหลายวิธี เช่น ปัด, เป่า, เช็ด,ใช้เครื่องดูดฝุ่น เป็นต้น
 การปัดและเป่านั้น เป็นวิธีที่กำจัดฝุ่นออกจากวิธีหนึ่ง แต่ไม่ได้ช่วยให้ฝุ่นหมดไป ฝุ่นที่โดนปัดหรือเป่าออก มันแค่หลุดออกจากสิ่งหนึ่งๆ แล้วไปลอยอยู่ในอากาศ แล้วสักวันมันก็จะตกลงมาเกาะตามที่ต่างๆอีกครั้ง
 วิธีการทำความสะอาดด้วยเครื่องดูดฝุ่น ก็เป็นวิธียอดนิยมอีกวิธีหนึ่ง เวลาใช้เราควรเลือกเครื่องดูดฝุ่นให้ดี หากมีแรงดูดไม่พอ ก็มิอาจสามารถดูดฝุ่นออกได้ และนอกจากนี้ ลมที่ปล่อยออกจากเครื่องดูดฝุ่นเองก็เป็นสิ่งที่ควรระวัง เพราะหากฟิลเตอร์กรองฝุ่นไม่ดีพอ ฝุ่นอาจหลุดออกมาอีกก็เป็นได้ และลมที่ออกมาจากเครื่องนั้น ก็อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฝุ่นที่อยู่ตามพื้นฟุ้งกระจายขึ้นมาขณะใช้งานได้ ดังนั้น ขณะใช้เครื่องดูดฝุ่น ควรเปิดหน้าต่างเพื่อกระจายฝุ่นที่ฟุ้งขึ้นมาออกไปข้างนอก
 การเช็ด น่าจะเป็นวิธีทำความสะอาดที่มีโอกาสทำให้ฝุ่นฟุ้งน้อยที่สุด แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการเช็ดด้วย เวลาเช็ดควรเช็ดด้วยผ้าเปียก เพราะมันจะช่วยให้ฝุ่นหลุดออกได้ดีกว่าผ้าแห้ง แต่ก็ไม่ควรใช้ผ้าตรงที่สกปรกเช็ดซ้ำไปซ้ำมา เพราะมันจะทำให้ฝุ่นไปติดตรงอื่นด้วย และการเลือกใช้ผ้าเช็ดก็สำคัญ ถ้าใช้ผ้าชนิดที่มีขนหลุดลุ่ยก็จะเป็นการเพิ่มฝุ่น เช็ดยังไงก็ไม่สะอาด
ผลการทดลองทำความสะอาดด้วยอุปกรณ์ 3 ชนิด(ลูกกลิ้ง, เครื่องดูดฝุ่น, ผ้าเช็ด)


ห้องปลอดฝุ่น, ห้องปลอดเชื้อ (ห้องคลีนรูม)

 ในชีวิตประจำวันของเรา เราต้องเจอฝุ่นเป็นประจำอยู่แล้ว ฝุ่นเหล่านั้น หากไม่ได้เป็นพิษ หรือไม่ได้มีปริมาณเยอะเกิน ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาใดๆ แต่สำหรับโรงงานผลิตสินค้าบางชนิดนั้น จำเป็นต้องระวังเรื่องฝุ่นเป็นพิเศษ เพราะฝุ่นเล็กฝุ่นน้อยเหล่านี้ อาจเป็นเหตุทำให้งานเสียได้ อย่างเช่น แผงวงจรไฟฟ้า หากมีฝุ่นมาเกาะ อาจทำให้เกิดไฟช็อต กลายเป็นงานเสีย ซึ่งงานเสียเหล่านี้ ก่อให้เกิดความสูญเสียเป็นมูลค่ามหาศาล สิ้นเปลืองทั้งเงินทุน, แรงงาน, เวลา ฯลฯ หรือหากงานเสียเล็ดลอดไปถึงมือลูกค้า อาจทำให้โดนเคลม ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรอีกด้วย หรืองานพวกพ่นสี, เคลือบสี, ฉีดพลาสติก, งานผลิตแผ่นฟิล์ม, จอ LCD ,บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและยาเองก็ต้องระมัดระวังเรื่องฝุ่นเช่นกัน เพราะหากมีฝุ่นเกาะ จะกลายเป็นปัญหาด้านความสะอาด และความสวยงาม
ด้วยเหตุนี้ ในปัจจุบัน วงการการผลิตมีการแข่งขันสูง ในขณะที่ลูกค้าเน้นเข้มงวดเรื่องคุณภาพสินค้ามากขึ้น ในหลายๆหน่วยงานการผลิตจึงหันผลิตงานในห้องปลอดฝุ่น,ห้องปลอดเชื้อ หรือที่เรียกรวมๆว่า ห้องคลีนรูม นั่นเอง




ตรวจดูฝุ่นภายในห้องคลีนรูมด้วยอุปกรณ์ของซีเอสซี!!



E-mail: sale1@csc-biz.com,chatri@csc-biz.com
Tel: 081-347-8037, 086-031-9898

ตัวอย่างอุปกรณ์ลดฝุ่นในห้องคลีนรูม

return to top